นรสิงห์ปราบมาร พิชิตโรค เนื้อนวโลหะครบสูตร ปิดทองคำแท้ (หมายเลข 7577)
฿4,000
Quantity/ 0 item available
1

Description

นรสิงห์ปราบมาร พิชิตโรค รุ่นแรกในแผ่นดิน แห่งองค์พระนารายณ์อวตาร

เนื้อนวโลหะครบสูตร ปิดทองคำแท้ หมายเลข 7577

ขนาด 2.8X1.8 เซนติเมตร มอบพร้อมหนังสือนรสิงห์ปราบมาร


นารายณ์อวตาร ปางที่ 4 นรสิงหาวตาร

“นรสิงห์”


นรสิงหาวตาร (NARASIMHA AVATARA) อวตารปางที่สี่ของพระนารายณ์ตอนนี้มีชื่อว่า “นรสิงหาวตาร” ซึ่งเป็นปางแรกที่พระนารายณ์อวตารลงมาในไตรยุค (Tri Yuga) ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่ 2 ของโลกเรา อันเป็นยุคที่ความดีของมนุษย์นั้นเริ่มลดลงเหลือ 3 ใน 4 ส่วน


คำว่า “นรสิงหาวตาร” นี้มาจากคำ 3 คำมารวมกัน คือ คำว่า “นร (Nara)” ที่หมายถึง คน บวกกับคำว่า “สิงหะ (Simha)” ที่หมายถึง สิงโต และ คำว่า “อวตาร (Avatar)” ที่แปลว่า การเคลื่อนลงมายังโลกของพระนารายณ์ในรูปครึ่งคนครึ่งสิงโตนั่นเอง


เหตุการณ์ในตอนนี้เกิดขึ้นหลังจากหิรัณยากษะ (หิรันตยักษ์) ถูกพระนารายณ์ซึ่งเป็นหมูป่า สังหารไปแล้วนั้น พญายักษ์ชื่อว่า “หิรัณยกศิปุ (Hiranyakashipu)” ผู้เป็นน้องชายฝาแฝดก็ขึ้นมาเป็นใหญ่ในหมู่อสูรใต้บาดาลแทนพี่ชาย พญายักษ์ผู้นี้มีจิตใจหยาบช้ากว่าพี่ชายยิ่งนัก ได้บำเพ็ญตบะและขอพรจากพระพรหมว่า


· ขออย่าให้ตนเองถูกมนุษย์ เทวดา สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายฆ่าเอาให้ตายได้

· อย่าให้ตายด้วยอาวุธใด ๆ ในสากลโลก

· อย่าให้ตายในเวลากลางวันหรือกลางคืน

· อย่าให้ตายในบ้านหรือนอกบ้าน


ซึ่งพระพรหมธาดาก็ทรงประสิทธิ์ประสาทพรให้ตามที่ขอทุกประการ ทำให้พญาหิรัณยกศิปุมีความฮึกเหิมไม่เกรงกลัวผู้ใด แม้แต่พระผู้เป็นเจ้า สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ร้อนถึงพระวิษณุต้องอวตารลงมาเป็นนรสิงห์ เพื่อปราบหิรัณยกศิปุ


พญายักษ์หิรัณยกศิปุ ตนนี้มีโอรสองค์หนึ่งชื่อว่า “ประหลาทกุมาร” ซึ่งเป็นอสูรที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดี มีความจงรักภักดีต่อพระนารายณ์มหาเทพยิ่งนัก ทำให้แนวความคิดของพญาหิรัณยกศิปุนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แลพญายักษ์ก็มีความรักในโอรสยิ่งนัก เรียกได้ว่ารักดังหัวแก้วหัวแหวน ประหลาทกุมารผู้ตั้งอยู่ในศีลธรรมก็พยายามโน้มน้าวจิตใจของบิดาให้เลิกประพฤติชั่ว หันมาทำความดีมีความจงรักภักดีต่อผู้เป็นเจ้า แต่บิดาก็หาได้ฟังไม่ เที่ยวเบียดเบียนบีฑาบรรดาทวยเทพทั้งหลายให้เดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง


พระอินทร์จึงชักชวนบรรดาทวยเทพทั้งหลาย ไปขอร้องให้พระนารายณ์มหาเทพ มาช่วยปราบพญาอสูรผู้ชั่วร้ายตนนี้ เพราะไม่มีใครจะปราบมันได้ พระนารายณ์มหาเทพก็ทรงรับปากว่าจะช่วย แต่ทรงขอเวลาคิดหาหนทางปราบพญาอสูรก่อน ฝ่ายประหลาทกุมาร ผู้เป็นโอรสก็เพียรพยายามขอร้องให้บิดาเลิกเบียดเบียนผู้อื่น ฝ่ายพญาอสูรผู้บิดาก็หาเชื่อฟังไม่ จึงใช้พวกพราหมณ์อสูรทั้งหลายไปอบรมพระโอรส ให้มาเข้าข้างตนพระโอรสก็ไม่ยอม แม้จะพยายามอย่างใด พระโอรสก็ไม่ยอม


จากความรักมาก ก็กลายเป็นความชังมาก จึงสั่งให้จัดการฆ่าโอรสของตนเสีย แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ๆ ก็ไม่สามารถฆ่าโอรสของตนได้ พญาหิรัณยกศิปุจึงถามโอรสตรง ๆ ว่าพระนารายณ์มหาเทพนั้นมีจริงหรือไม่ ถ้ามีจริงและแน่จริงก็ปรากฏตัวออกมาเลย และทันใดในระหว่างนั้น เสาศิลากลางห้องท้องพระโรงก็แตกออกมา เป็นนรสิงห์


นรสิงห์เป็นครึ่งคนครึ่งสิงห์ ได้ปรากฏตัวขึ้นในเวลาสนธยาโดยแตกออกมาจากเสาศิลากลางห้องท้องพระโรงของ หิรัณยกศิปุ ปราดเข้ามาจับตัวหิรัณยกศิปุ ลากออกไปอยู่บริเวณธรณีประตู (คืออยู่ในปราสาทครึ่งตัว อยู่นอกปราสาทครึ่งตัว) และนรสิงห์ผู้นั้นก็ถามพญาอสูรว่า


ตนเป็นมนุษย์ เทวดา หรือสัตว์ พญายักษ์ตอบว่า ไม่ใช่ทั้งมนุษย์ เทวดา และสัตว์


นรสิงห์ก็ถามต่อไปว่า เวลานี้ร่างของหิรัณยกศิปุอยู่นอกเรือนหรือในเรือน พญายักษ์ตอบว่า ไม่ใช่ทั้งในเรือนและนอกเรือน


นรสิงห์ถามต่อไปอีกว่า เวลานี้เป็นกลางวันหรือกลางคืน หิรัณยกศิปุตอบว่า มิใช่ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่เป็นเวลาโพล้เพล้


นรสิงห์จึงชูมือกางกรงเล็บออกมา ถามพญายักษ์ว่า อันนี้คืออาวุธหรือไม่ พญายักษ์ก็ตอบว่าไม่


นรสิงห์จึงประกาศว่า พรทั้งหลายของพระพรหมธาดาเป็นอันเสื่อมแล้ว และตัวพญาอสูรก็ตกอยู่ในภาวะอันนอกเหนือจากพรหมประกาศิตทุกประการแล้ว


กล่าวจบ นรสิงห์ก็จัดการสังหารพญาอสูรด้วยการใช้กรงเล็บฉีกกระชากอกพญาอสูรจนถึงท้องจนขาดใจตาย


วัตถุประสงค์

ในปี 2563 เป็นที่ประเทศไทยเผชิญกับโรคระบาด คือ โรคโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่รุนแรงและระบาดไปทั่วโลก ประกอบกับ ในช่วงปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 อ.ลักษณ์ ราชสีห์ ได้เจ็บป่วยและเกิดทุกขเวทนาจากอาการเจ็บป่วยนั้น ด้วยศรัทธาที่มีต่อองค์เทพเทวา จึงได้จัดสร้าง องค์นรสิงห์ปราบมาร พิชิตโรค เพื่อให้เกิดความเป็นมงคล ให้ผ่านพ้นจากทุกข์โศกโรคภัย ขจัดความป่วยเจ็บ ความอิจฉาริษยา ขจัดคุณไสย อวิชชา มนตราทั้งหลาย


องค์นรสิงห์คือ พระนารายณ์อวตารปางที่ 4 เพื่อปราบยุคเข็ญ มาร โรคร้าย สรรพภัยที่ร้ายกาจ ต่อสามโลก ตามตำนาน


ชนวนมวลสาร

อ.ลักษณ์ ราชสีห์ ได้นำชนวนมวลสารที่เก็บเอาไว้ 15 ปี เป็นชนวนมวลสารจากเนื้อนวโลหะก้นเบ้า ก้านชนวนหล่อพระ ที่ อ.ลักษณ์ ราชสีห์ สะสมไว้ร่วม 15 ปี เนื้อโลหะแก่เงินแก่ทองคำ (ตรวจสอบได้) เป็นชนวนเหลือจากการหลอมรวมชนวนสร้างพระกริ่งสมเด็จธงชัย


พิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษก 4 วาระ ร่วมกับพระกริ่ง / พระชัยวัฒน์สมเด็จธงชัย และพิธีนรสิงห์เทวาภิเษก ณ บ้านราชสีห์


มีพิธีการเททองนำฤกษ์ อธิษฐานโดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) และมีพุทธาเทวามังคลาภิเษก 4 วาระ


-วาระที่ 1 วันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ พระอุโบสถ วัดไตรมิตรวิทยาราม

-วาระที่ 2 วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ พระอุโบสถ วัดไตรมิตรวิทยาราม

-วาระที่ 3 วันที่ 2 มีนาคม 2563 ณ พระอุโบสถ วัดไตรมิตรวิทยาราม ในวาระ “ดาวเสาร์ (๗)” โคจรย้ายราศี

-วาระที่ 4 พิธีมหาเทวาประสิทธิ์ นรสิงห์ภิเษก ณ บ้านราชสีห์ ในวันเสาร์ 5 (วันที่ 28 มีนาคม 2563 )

-วาระพิเศษ นำองค์นรสิงห์ปราบมาร พิชิตโรค ประกอบพิธีคุรุเทวะบูชา ในวัน “ดาวพฤหัสบดี (๕)” โคจรย้ายราศี ในวันที่ 17 มีนาคม 2563 ณ บ้านราชสีห์


พระคาถาบูชา ขอพร องค์นรสิงห์ปราบมาร สลายโรคร้ายภัยเวร

อิมินา สักกาเรนะ นะระสิงหาวะตารัง

มะหาเทวัง สิระสา นะมามิ,

นะมะการานุภาเวนะ หันตะวา สัพเพ

อุปัททะเว อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

ทีฆะมัทธานัง นะระสิงหาวะตาระมหาเทวา

สัพเพ อัมเห สะปะริวาเร อนุรักขันตุ สัพพะทา ฯ